วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

มหาวิหารโนเทรอดามแห่งแรงส์


มหาวิหารแรงส์ หรือ มหาวิหารนอเทรอดามแห่งแรงส์ (Cathédrale Notre-Dame de Reims) เป็นมหาวิหารของเมืองแรงส์ ประเทศฝรั่งเศส ที่เคยใช้ในพิธีสวมมงกุฎกษัตริย์ของประเทศฝรั่งเศส มหาวิหารที่เห็นในปัจจุบันสร้างบนมหาวิหารเดิมที่ถูกไหม้ไปเมื่อค.ศ. 1211 ที่พระเจ้าโคลวิสที่ 1ผู้ถือกันว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์แรกของฝรั่งเศสได้ทำพิธีรับศีลจุ่มจากนักบุญเรมี (St. Remi) บาทหลวงของเมืองแรงส์เมื่อค.ศ. 496

เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่มีความสวยงามสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระแม่มารี ลักษณะเด่นของวิหารแห่งนี้คือหอคอยคู่ที่อยู่ด้านหน้า และความงดงามของปลายแหลมยอดโบสถ์ และรูปปั้นด้านหน้าของพระแม่มารี ส่วนภายในมีลักษณะเป็นห้องโถงโล่งมีทางยาวไปยังแท่นพิธี อีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ท่านสะดุดตาก็คือ Rose Window กระจกสีทรงกลมที่มีกลีบเหมือนกลีบดอกกุหลาบสวยงามมาก มหาวิหารนอเทรอดามแห่งแรงส์ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1991

การก่อสร้าง
มหาวิหารสร้างเสร็จเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 ยกเว้นด้านหน้าซึ่งมาเสร็จเอาอีกศตวรรษหนึ่งต่อมา แต่ยังเป็นสถาปัตยกรรมของ คริสต์ศตวรรษที่ 13 ทางเดินกลางขยายให้ยาวขึ้นเพื่อให้มีเนื้อที่เพียงพอกับผู้ที่เข้าร่วมพิธี สวมมงกุฎ หอสูง 81 เมตรย่อจากแบบเดิมที่ออกแบบให้สูง 120 เมตร หอด้านใต้มีระฆังสองใบ ใบหนึ่งคาร์ดินาลแห่งลอเรนตั้งชื่อให้ว่า “ชาร์ลอต” เมื่อปีค.ศ. 1570 ซึ่งหนักกว่า 10,000 กิโลกรัมหรือ 11 ตัน

เมื่อปี ค.ศ. 1875 รัฐสภาแห่งประเทศฝรั่งเศสอนุมัติเงินจำนวน 80,000 ปอนด์เพื่อปฏิสังขรณ์ด้านหน้ามหาวิหาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของมหาวิหาร และนับว่าเป็นงานฝีมือชิ้นเอกจากยุคกลาง เมื่อมหาวิหารโดนระเบิดระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็ ได้ทำลายบริเวณสำคัญๆ ของมหาวิหารไปมาก การบูรณะปฏิสังขรณ์เริ่มอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1919 และมาเสร็จเมื่อในปี ค.ศ. 1938 แต่การซ่อมก็ยังทำต่อเนื่องกันมาโดยมิได้หยุดยั้งจนทุกวันนี้

มหาวิหารอาเมียงส์


มหาวิหารอาเมียงส์ (ภาษาฝรั่งเศส: Cathédrale Notre-Dame d'Amiens; ภาษาอังกฤษ: Amiens Cathedral) มีชื่อเต็มว่า “Cathédrale Notre-Dame d'Amiens” หรือในภาษาอังกฤษว่า “Cathedral of Our Lady of Amiens” เป็นมหาวิหารที่สูงที่สุดในประเทศฝรั่งเศส มีเนื้อที่ภายในกว้างใหญ่ถึง 200,000 ตารางเมตร หลังคาโค้งกอธิคสูง 42.30 เมตรซึ่งเป็นหลังคากอธิคที่สูงที่สุดในฝรั่งเศส ตัวมหาวิหารตั้งอยู่ที่เมืองอาเมียงซึ่งเป็นเมืองสำคัญของพิคาร์ดี (Picardy) ในหุบเขาซอม (Somme) อยู่เหนือจากปารีสประมาณ 100 กิโลเมตร

ประวัติ
ด้านหน้าวัดสร้างรวดเดียวเสร็จ--ระหว่างปี ค. ศ. 1220 ถึงปี ค. ศ. 1236--ลักษณะจึงกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตอนล่างสุดของด้านหน้าวัดเป็นประตูเว้าลึกใหญ่สามประตู เหนือระดับประตูขึ้นไปชั้นหนึ่งเป็นหินสลักขนาดใหญ่กว่าคนจริงของพระเจ้า แผ่นดิน 22 พระองค์เรียงเป็นแนวตลอดด้านหน้ามหาวิหารภายใต้หน้าต่างกุหลาบ สองข้างด้านหน้าประกบด้วยหอใหญ่สองหอ หอด้านใต้สร้างเสร็จเมื่อปี ค. ศ. 1366 หอทางทิศเหนือสร้างเสร็จ 40 ปีต่อมาเมื่อปี ค. ศ. 1406 และเป็นหอที่สูงกว่า

เอกสารที่เกี่ยวกับประวัติการสร้างมหาวิหารนี้ถูกทำลายไปหมดเมื่อสถานที่ เก็บรักษาเอกสารสำคัญของวัดถูกไฟไหม้ไปเมื่อปีค. ศ. 1218 และอีกครั้งเมื่อปีค. ศ. 1258 ครั้งหลังนี้ไฟได้ทำลายตัวมหาวิหารด้วย บาทหลวงเอฟราดเดอฟุยอี (Bishop Evrard de Fouilly) เริ่มสร้างมหาวิหารใหม่แทนมหาวิหารเดิมที่ไหม้ไปเมื่อ ค. ศ. 1220 โดยมีโรแบร์ต เดอ ลูซาส (Robert de Luzarches) เป็นสถาปนิก และลูกชายของโรแบร์ต--เรนอด เดอ คอร์มองท์ (Renaud de Cormont) เป็นสถาปนิกต่อมาจนถึงค. ศ. 1288

จดหมายเหตุคอร์บี (Chronicle of Corbie) บันทึกไว้ว่ามหาวิหารสร้างเสร็จเมื่อ ค. ศ. 1266 แต่ก็ยังมีการปิดงานต่อมา พื้นโถงกลางภายในมหาวิหารตกแต่งเป็นลวดลายต่างๆ หลายชนิดรวมทั้งลายสวัสดิกะ[1] ลายวนเขาวงกต (labyrinth) ซึ่งปูเมื่อปีค. ศ. 1288 นอกจากนั้นก็มีระเบียงรูปปั้นไม่ใหญ่นัก 3 ระเบียง 2 ระเบียงอยู่ด้านเหนือและด้านใต้ของบริเวณร้องเพลงสวด และระเบียงที่ 3 อยู่ทางด้านตะวันเหนือของแขนกางเขน เป็นเรื่องราวของนักบุญต่างๆ รวมทั้งชีวะประวัติของนักบุญจอห์น แบ็พทิสต์ มหาวิหารกล่าวว่าเป็นเจ้าของวัตถุมงคลที่สำคัญคือพระเศียรของนักบุญจอห์น แบ็พทิสต์ ซึ่งวัดได้มาจาก วอลลัน เดอ ซาตอง (Wallon de Sarton) ผู้ไปนำมาจากคอนสแตนติโนเปิล เมื่อกลับมาจากสงครามครูเสด ครั้งที่ 4

รูปปั้นด้านหน้าข้างประตูมหาวิหารที่บอกได้ว่าเป็นนักบุญที่มาจากแถวๆ อาเมียงก็ได้แก่ นักบุญวิคทอเรียส, ฟูเซียน, และเจ็นเตียง (St. Victoricus, St. Fuscian, และ St. Gentian) ผู้พลีชีพเพื่อศาสนาไม่นานจากกันในคริสต์ศควรรษที่ 3 กล่าวกันว่าเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 7 บาทหลวงโฮโนราทุส (Bishop Honoratus) ผู้เป็นบาทหลวงองค์ที่ 7 ของมหาวิหารอาเมียงได้ขุดพบวัตถุมงคลของนักบุญทั้งสาม เมื่อพระเจ้าชิเดอแบรต์ที่ 2แห่งปารีส (Childebert II) พยายามยึดวัตถุมงคลก็ไม่สามารถทำได้ เมื่อไม่สามารถทำได้ก็ทรงอุทิศเงินก้อนใหญ่ให้กลุ่มลัทธิของผู้นิยมนักบุญ ทั้งสามและทรงส่งช่างทองมาทำเครื่องตกแต่งเพื่อเป็นเกียรติแก่นักบุญ

นักบุญอื่นที่เป็นนักบุญท้องถิ่นที่มีรูปปั้นอยู่หน้าประตูคือนักบุญโดมิ เทียส (St. Domitius) ในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ผู้เคยเป็นนักบวชที่มหาวิหาร นักบุญอุลเฟีย (St. Ulphia) ในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ผู้เคยเป็นลูกศิษย์ของนักบุญอุลเฟียและเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มสตรีผู้เคร่ง ศาสนาในบริเวณอาเมียง นักบุญแฟแมง (St Fermin) ในคริสต์ศตวรรษที่ 3 ผู้ถูกประหารชีวิตที่อาเมียง



มง แซง มีแชล



มงแซง-มีแชล (อังกฤษ: Mont Saint-Michel) คือวิหารที่ตั้งอยู่บนเกาะโดดเดี่ยว กลางทะเลชายฝั่งตะวันตก บริเวณแคว้นนอร์มองดีของประเทศฝรั่งเศส ได้รับประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2522 ภายใต้ชื่อ มงแซง-มีแชลและอ่าว ในปีหนึ่งจะมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนมงแซง-มีแชลกว่า 3 ล้าน 2 แสนคน ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยงยอดนิยมอันดับที่ 3 ของประเทศฝรั่งเศสรองลงมาจากหอไอเฟลและพระราชวังแวร์ซาย ตัวเกาะอันเป็นที่ตั้งของวิหารนั้นเป็นหินแกรนิต โดยมีเส้นรอบวงเกาะประมาณ 960 เมตร และสูง 92 เมตร แล้วถ้าบวกกับความสูงของตัววิหารนั้นแล้วก็จะมีความสูงถึง 155 แมตร บนยอดวิหารเป็นรูปปั้นทองของเทวดามิเชล (ไมเคิล) สร้างโดย เอมานูแอล เฟรมีเย (Emmanuel Frémiet)

ประวัติ
มงต์-แซงต์-มิเชลเป็นเกาะเล็กๆ ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เริ่มตั้งแต่ ค.ศ.708 เมื่อโอแบรต์ (Aubert) เจ้าอาวาสโบสถ์เมืองอาวรองช์ (Avranches) สร้างโบสถ์บนเกาะนี้ตามบัญชาของนักบุญมิเชล (Saint Michel) ซึ่งมาให้นิมิตหลายครั้ง การสร้างโบสถ์นี้ลำบากยากเข็ญเพราะต้องนำหินแกรนิตมาจากเกาะโชเซย์ (iles Chaussey) หรือจากเบรอะตาญ (Bretagne) อันเป็นแคว้นใกล้เคียง ทั้งยังต้องลำเลียงหินสู่ยอดเขา มงต์-แซงต์-มิเชลกลายเป็นที่จาริกแสวงบุญของคริสต์ ศาสนิกชนผู้ที่เคร่งศาสนา จะเดินข้ามจากแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะยามน้ำทะเลลด หากกระแสน้ำเปลี่ยนเร็วมาก จึงทำให้ผู้จาริกแสวงบุญเสียชีวิตอยู่เนืองๆ ระหว่างศตวรรษที่ 11 ถึงศตวรรษที่ 16 มีการสร้างเพิ่มเติม ในศตวรรษที่ 10 นักบวชเบเนดิคตีนมาปักหลักที่นี่ ผู้คนค่อยๆ มาอพยพมายังเกาะ ตั้งหมู่บ้านที่เชิงเขา สภาพภูมิประเทศของมงต์-แซงต์-มิเชลทำให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของอังกฤษระหว่าง สงครามร้อยปี อย่างไรก็ตามแบบสถาปัตยกรรมของมงต์-แซงต์-มิเชลเป็นป้อมปราการที่พร้อมรับ มือข้าศึกช่วงปฏิวัติฝรั่งเศสจนถึง ค.ศ.1863 มงต์-แซงต์-มิเชล กลายเป็นที่คุมขังนักโทษ ต่อมาในค.ศ.1874 รัฐจัดให้มงต์-แซงต์-มิเชลเป็นโบราณสถาน และทำการบูรณะครั้งใหญ่ โบสถ์เล็กๆ กลายเป็นวิหารขนาดใหญ่ด้วยการใช้โบสถ์เก่าเป็นฐานใน ค.ศ.1969 นักบวชเริ่มกลับมายัง มงต์-แซงต์-มิเชล ทำให้มีกิจกรรมทาง ศาสนาอย่างต่อเนื่อง ในค.ศ.1979 ยูเนสโกประกาศให้มงต์-แซงต์-มิเชลเป็นมรดกโลก วิคตอร์ อูโก (Victor Hugo) นักเขียนเพื่อชีวิตผู้ยิ่งใหญ่เปรียบมงต์-แซงต์-มิเชลของฝรั่งเศสดุจดั่ง พีระมิดใหญ่ของอียิปต์


สะพานแห่งการ์ด มรดกโลกฝรั่งเศส





สะพานแห่งการ์ด หรือ ปงดูการ์ (ฝรั่งเศส: Pont du Gard) เป็นสะพานส่งน้ำโรมันโบราณสร้างโดยจักรวรรดิโรมัน ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองเรอมูแล็งส์ (Remoulins) เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ในจังหวัดการ์ด

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

นโปเลียน





หลุยส์ นโปเลียน หรือ นโปเลียนที่ 4 เป็นผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์ฝรั่งเศสพระองค์แรกโดยทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 และ จักรพรรดินียูเจนีแห่งมอนติโจ ทรงประสูติเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1856 ต่อมาเมื่อราชวงศ์โบนาปาร์ตสิ้นสุดลง พระนามของพระองค์จึงเหลือแค่ หลุยส์ นโปเลียน แต่พวกโบนาปาร์ตนิยมมักจะเรียกพระองค์ว่า นโปเลียนที่ 4 ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1879 ขณะพระชนม์เพียง 23 พรรษา



















วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553

corsica แหล่งท่องเที่ยวที่สวยที่สุดดด















คอร์ซิกา (คอร์ซิกาและอิตาลี: Corsica / ฝรั่งเศส: Corse) เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 4 ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (ตามหลังเกาะซิซิลี ซาร์ดีเนียและไซปรัส) ตั้งอยู่บนทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางทิศตะวันตกของประเทศอิตาลี ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศสและทิศเหนือของเกาะซาร์ดีเนีย
คอร์ซิกาถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน 26
แคว้นในประเทศฝรั่งเศส แต่ตามจริงแล้วทางกฎหมาย คอร์ซิกาเป็นดินแดนอาณานิคม (Collectivité territoriale) ของประเทศฝรั่งเศส ในฐานะที่เป็นดินแดนอาณานิคม ทำให้คอร์ซิกามีอำนาจมากกว่าแคว้นอื่นๆ ในประเทศฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่อยู่บ้าง แต่ส่วนมากจะมีสถานะเท่าเทียมกันกับแคว้นอื่นๆ ในการปราศรัยทั่วๆ ไป คอร์ซิกาจะถูกเรียกว่าเป็น "แคว้น" และอยู่ในรายนามแคว้นของประเทศฝรั่งเศสตลอดมาทั้งๆ ที่คอร์ซิกาเป็นเกาะแยกออกมาจากแผ่นดินใหญ่โดยมีทะเลลิกูเรียนขวางไว้ ซึ่งสรุปได้ว่า คอร์ซิกาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่


เกาะคอร์ชิกา* (Corsica) เริ่มจากการถูกปกครองจากโรมันสาธารณรัฐปิซ่าเจนัว และได้มาอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสในปีพ.ศ. 2312 คอร์ชิกายังเป็นเกาะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสและของโลก เป็นเกาะที่ตั้งระหว่างประเทศฝรั่งเศสและอิตาลี ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส คอร์ชิกานับเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีชายฝั่งยาวถึง 1000 กิโลเมตร และด้วยความงามของทะเลสีฟ้าคราม ไกลสุดลูกหูลูกตา สีเขียวเข้มของต้นสน สีแดงของผาหินแกรนิต อีกทั้งอิฐสีแปลกตาของอาคารโบราณ คอร์ชิกาจึงได้รับสมญานามว่า เกาะแห่งความงามด้วยธรรมชาติหลากสีสัน Hmm…..เกาะคอร์ชิกา สวยก็สวย แพงก็แพง ต้องทำใจหน่อย ค่าครองชีพและค่าบริการต่างๆ สูงมาก ต้องกระเป๋าหนานิดนึง เดี๋ยวจะอยู่ไม่รอด สตังก็เหมือนอยู่ในกระเป๋าแค่ชั่วครู่อ่ะค่ะ การเดินทางไปสู่คอร์ชิกาทำได้ 2 ทางคือ ทางเรือเฟอร์รี ที่ต้องขึ้นเรือที่เมืองนีช (Nice) หรือทางเครื่องบินเป็นทางที่สะดวกที่สุดโดยสายการบินแอร์ ฟรานซ์ (Air France) ใช้เวลาเพียงแค่ชั่งโมงครึ่งจากปารีส ค่ะ เกาะคอร์ชิกาจะมีภาษาของตัวเองเรียกว่า ภาษาคอร์ชิกัน คือภาษาผสมระหว่างอิตาเลียนกับฝรั่งเศส
แต่ที่น่าสนใจคืออาหาร ส่วนใหญ่คนไทยก็จะรู้จักอาหารที่ใกล้เคียงอิตาลีพวกซาลามี ชีส ไส้กรอก แล้วที่นี่ก็นิยมทานหมูป่า สามารถล่าหมูป่าได้ ถูกกฎหมายด้วยรสชาติเหมือนเนื้อ ต้องลองดูถึงจะรู้! อย่างที่ว่ากันว่า คอร์ชิกาเค้าฮิตกับการกินหมู เนื้อหมูแท้ๆ ของที่นี่นำมาทำเป็นไส้กรอกแฮม เรียกว่าแชคคุดเชอรี ทานคู่กับแตงดองหรือแคนตาลูป รับประกันว่าอร่อย!!
เนื้อพวกนี้มันจะมีรสชาติเค็ม แล้วก็เป็นรสชาติของเนื้อธรรมชาติของเค้า เค้าเอาเนื้อพวกนี้ไปตากลมให้แห้งเฉยๆ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นจะมีรสชาติของเนื้อแท้ๆ เนื้อนุ่มมาก และที่มีรสชาติเค็มเพราะเนื้อพวกนี้หมักด้วยเกลือ.. เกาะคอร์ชิกาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่มีฤดูไหนที่ดีที่สุด ช่วงซัมเมอร์อากาศจะร้อนพอสมควร ตามหาดต่างๆ ก็จะแน่นเต็มไปด้วยผู้คน ที่มีหนุ่มสาวนอนอาบแดดกันเพียบ แต่เรื่องนี้อาจจะทำให้หนุ่มๆ ตื่นตาตื่นใจมากกว่า เพราะสาวๆ ที่อาบแดดนั้น ไม่ใส่อะไรข้างบนเลย ภาษาชาวบ้านเรียกว่า topless ล่ะค่ะ ? ส่วนในทะเลก็จะเต็มไปด้วย การเล่นเรือแข่ง แล่นเรือยอชต์ ในฤดูหนาวภูเขาจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ กิจกรรมในช่วงนั้นจะเป็นการเดินเขา ลุยหิมะไปดูน้ำตก ทุกฤดูมีความพิเศษของมัน อาหารก็จะเปลี่ยนตามฤดู เที่ยวได้ตลอด แล้วแต่จะชอบหนาวๆ หรือร้อนๆ ค่ะ
เมืองที่เขมไปนั้นชื่อเมืองอาแจ็คสิโอ (Ajaccio) ที่มีสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นั่นคือบ้านเกิดของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 เกิดวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2312 ด้วยความสนใจทางการทหาร นโปเลียนจึงจากบ้านเกิดไปแผ่นดินใหญ่เพื่อไปเรียนวิชาทางทหาร ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสมีการปฏิวัตินโปเลียนซึ่งเป็นนายทหารปืนใหญ่ในขณะนั้น จึงได้ร่วมรบ และกลายเป็นผู้นำการรบครั้งสำคัญในหลายๆครั้ง นโปเลียนเป็นทหารอยู่จนกระทั่งปลายปีพ.ศ.2342 จึงสถาปนาตนเป็นกงสุลคนแรกของฝรั่งเศสและ 5 ปี ต่อมานโปเลียนจึงสถาปนาตนเองอีกครั้งเพื่อขึ้นเป็นจักรพรรดิของฝรั่งเศส
เมือง อาแจ็คสิโอ เป็นเมืองเล็กที่สวยและน่ารักมาก ตึกรามบ้านช่องได้รับอิทธิพลจากโรมันและอิตาลีโดยตรง มีบรรยากาศของเมืองแบบสบายๆ เรียบง่าย ไม่เร่งรีบ มีบริการมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่เก๋ๆ La Table du Pcheur 12, Rue Forcioli Conti 20000 Ajaccio บาร์ L’Alambic Pub 19, Rue Conventionnel Chiappe 20000 Ajaccio มีมุมนั่งพักผ่อน ชมวิวทิวทัศน์ของเมือง
โรงแรม มีทั้งในเมืองและริมหาด ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมเล็กๆ ถ้าในเมืองก็สามารถเดินได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้รถยนต์ มีโรงแรมเพิ่งเปิดใหม่ กิ๊ปเก๋ใช่ย่อย บังเอิญเจ้าสาว (เพื่อนของเขม) ต้องไปแต่งตัวเตรียมตัวเข้าโบสถ์ที่นั่น เพื่อไม่ให้เสียโอกาสและเวลา เขมเลยได้ไปเซอร์เวมาเรียบร้อยแล้วค่ะ โรงแรมชื่อ Palazzu U Domu มีห้องพักแค่ 45 ห้อง อยู่ที่ 17 Rue Bonaparte, 20000 Ajaccio www.palazzu-domu.com
เกาะคอร์ชิกาเป็นสถานที่ที่เหมาะกับคู่รักมากกว่าที่จะไปกับเพื่อนๆ ถ้าหาที่ honeymoon ใหม่ๆ ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนล่ะก้อ ลองมาที่นี่ซิค่ะ แล้วคุณจะรู้….
* มาเกาะคอร์ชิกาต้องขอวีซ่าจากประเทศฝรั่งเศสนะค่ะ

anna sui 2













cosmetic

















แอนนา ซุย
Eyebrow Mascara - # 500 5.7ml/0.21oz
Eyebrow Mascara - # 500














Lip Color Collection XA ( ลิปกลอส 5 สีพร้อมกระเป๋าเครื่องสำอางค์ของแอนนา ซุย ) 7.5g
Lip Color Collection XA


ประกอบด้วย 5 สีสรรดังต่อไปนี้:
Clear White Shimmer, Coral Pink, Rich Berry Shimmer, Sheer Bright Pink, Shimmering Pinky-Nude












Stick Concealer - # 00 3g/0.1oz


























วอลุ่ม อัพ มาสคาร่า - No.100 5g/0.17oz